วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทุ่งนา ทุ่งนาเชย ทะเลสาบของฉัน


บ้านเอ๋ย บ้านเรานั้นเป็นบ้านหลังเล็กๆ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ มีถนนหนทาง หลายคนบอกว่าอยากมีบ้านหลังใหญ่ เราก็บอกว่า เรามีแล้ว มีคนถามต่อไปว่าแล้วทำไมไม่ไปอยู่ เราก็ตอบเขาว่า บ้านหลังใหญ่นั้นเป็นของพวกเรา องค์พระประมุขของเรานั้นยินดีให้ประชาชนได้พักในบ้านหลังนั้นดุจดังเป็นบ้านของตนเอง พระองค์ทรงใช้ทุนทรัพย์มากมายเพื่อบำรุงรักษาชาติบ้านเมือง ที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังใหญ่ให้กับคนทุกคนในชาติ แล้วเราจะไปดูถูกตัวเองว่าเราด้อยค่าได้อย่างไร หลังจากนั้นเราก็ชวนเขาดูทะเลสาบของเรา เพราะเรายืนยันกับเขาว่า ทะเลสาบยังเป็นของเรา ประเทศก็เป็นของเรา แล้วบ้านหลังใหญ่ที่ท่านถามนั้นจะไม่ใช่ของเราได้อย่างไร แต่ไม่ใช่เป็นของเราแล้วมอบให้ใคร แต่เพราะบ้านหลังใหญ่นั้นมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว และเขาก็ยินดีให้พวกเราอาศัยอยู่ ให้พวกเราออกสิทธิออกเสียง มีการแบ่งงานกันทำ ให้ดูแลบ้านหลังใหญ่หลังนี้ร่วมกัน แล้วต่อจากนั้นเราก็นั่งคุยกันในเรื่องของเราต่อที่ทุ่งนาเชย ทะเลสาบหน้าบ้านของเรา


 หลายคนบอกว่า ทะเลสาบ เป็นเหมือนชีวิตของคนจันทบุรี ชาวจันท์แม้จะมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสิน แต่สิ่งที่อยู่ในใจก็คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงค์จักรี เป็นที่ทราบกันดีว่า เชื่อสายหน่อเนื้อกษัตริย์ในรัชสมัยพระรามาธิบดีที่ ๔ หรือพระเจ้าตากสินนั้น ยังทรงมีเชื้อสายหลายสกุล สืบเนื่องกันทั้งในเจ้านายฝ่ายใต้ และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และที่สำคัญก็เป็นที่ทราบกันดีว่า มหาสมุทรแห่งสายเลือดนี้ได้หล่อหลอมกันเอาไว้ทั้งสองราชวงศ์ ทั้งราชวงศ์ของพระรามาธิบดีที่ ๔ หรือพระเจ้าตาก กับราชวงศ์จักรี ตั้งแต่ชั้นสมัยต้นตระกูลมาแล้ว

ทะเลสาบที่เรามองเห็นก็เปรียบเสมือนสายเลือดหลัก ที่แม้จะไม่ใช่สายเลือดแห่งการชลประทาน แต่ก็เป็นจิตวิญญาณที่คนจันท์ไม่สามารถละทิ้งได้ เรามองดูทะเลสาบที่มีน้ำพุเพื่อช่วยบำบัดน้ำในทะเลสาป สลับกับเครื่องตีน้ำเติมอากาศ เราเคยเห็นปลาตาย เราเคยเห็นเครื่องตีน้ำเติมอากาศชำรุด เราเคยเห็นน้ำพุไม่โพยพุ่ง และท้ายที่สุด ปลาก็ตาย



ทะเลสาบทุ่งนาเชยเต็มไปด้วยอิสระเสรีภาพที่บรรพชนทิ้งเอาไว้ให้ แม้ว่าอาณาจักรจันทรปุระแห่งนี้จะมีการเปลี่ยนมือผู้ปกครองมานักต่อนัก แต่ว่าเมื่อเรามาถึงยุคของรัชกาลปัจจุบัน เราก็ยังคงเห็นถึงร่องรอยของความเป็นทั้งเมืองแห่งประวัติศาสตร์ของชนชาติขอม และชาวชอง ที่นิยมอยู่กันบนเชิงเขา และอยู่บริเวณรอบวังของพระนครบนเทือกเขาสูง

ปัจจุบันคนจันท์อพยพไปเกือบหมด จนเรามักคิดเสมอว่า เรากลายเป็นผู้อาศัยไปแล้ว ยิ่งมีการอพยพเข้ามามากเท่าไร เราก็จะเห็นถึงการต่อสู้มากยิ่งขึ้น และเราก็คงต้องนั่งมองพื้นน้ำจากทะเลสาบทุ่งนาเชย กับฝูงนกพิราบที่รอรับอาหารจากมือของเรา จุดที่เรานำเสนอเป็นจุดที่เหมาะกับการให้อาหารนก และอาหารปลาไปพร้อมๆ กัน ปลาตัวใหญ่ และนกก็มาเป็นฝูง

นกน้อยที่บินเพื่อแสดงถึงสัญญาลักษ์ณ์แห่งอิสระภาพ บนเกาะกลางน้ำทะเลสาบทุ่งนาเชยแห่งนี้ คงเป็นบทพิสูจน์ได้ถึงกลิ่นไอของการต่อสู้เพื่อแลกมาซึ่งอิสระภาพ ที่ชาวจันท์ต้องระลึกถึง ดังคำขวัญประจับใจของผมว่า "พระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี" กระแสความรักชาติที่มีมากมาย และย้อนกลับไปในยุคที่เวียดนามเหนือเวียดนามใต้ เขมรแดง เตรียมจ้องบุกยึดไทย แต่ท้ายที่สุดแล้วมหาสงครามเวียดนามก็จบลง พร้อมโศกนาฏกรรมของชิวิตกำพร้าเต็มไปหมดโดยเฉพาะถิ่นแดนใต้
ไม่มีใครู้ว่าแผ่นดินของเรานั้นมีเด็กกำพร้าเท่าไร แต่ผมก็ยังดีใจที่ทะสาบทุ่งนาเชยนี้เป็นของพวกเรา ผมมักเดินวิ่งเล่นในยามสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ แต่เพราะอิสระภาพที่โบยบินอยู่เหนือทะเลสาบแห่งนี้ มันทำให้ใจของเรารู้สึกดีมีอิสระและปลอดจากทุกข์

ไม่มีใครรู้เลยว่าความทุกข์ยากที่บรรพชนฝ่าฟันนั้นมันมีความยากง่ายเท่าไร เพราะเราไม่ได้เกิดในสมัยนั้น แต่เราก็ยังโชคดีที่แผ่นดินของเรามีทั้งสองมหากษัตริย์ที่บุกป่าฝ่าดงเพียงเพื่อดำรงค์ความเป็นชาติ ดังคำพูดที่ติดปากว่า "กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี" แม้ว่าแผ่นดินของเราจะเปลี่ยนแผ่นดินมาสู่กรุงธนบุรี และส่งต่อมายังกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เราก็ยังไม่ทิ้งค่านิยมเดิมๆ ทั้งวัดวาอาราม ก็นิยมแบบอยุธยา สิ่งที่สองแผ่นดินมอบให้กับเราก็คือการสืบทอดต่อรัชสมัยของ อโยธยาศรีรามเทพนคร สู่ความจริงทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังคงวิถีชีวิตเช่นเดิมไม่ผิดเพี้ยน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้จารึกไว้ ณ อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กลางทะเลสาบทุ่งนาเชยแห่งนี้นั้นเอง

ในช่วงปีพ.ศ.๒๓๑๐ อาจเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งที่เพียงผ่านขึ้นปีใหม่ไทย ก็เกิดโศกนาฎกรรมกบฏไทยชิงเปรตกับพม่า ทำให้ไทยหรือสยามในยุคนั้นสิ้นสุดลง และตกเป็นทาสอาณานิคมของพม่า
เสียงปืนจากบ้านบางระจัน ดังขึ้น ศึกเหนือเสือใต้ ชาวบ้านบางระจันต่างระดมพลทั่วทิศ มิใช่อิทธิฤทธิ์ แต่เป็นศรัทธาต่อการสืบสานตำนานชาติพันธุ์ และเป็นการถ่ายทอดมรดกแห่งตำนานแห่งชีวิต เสียงกระบือร้องระงม เพื่อข่มขู่คู่ต่อสู้ มีดไม้ขวานค้อนถูกฝึกปรือให้เป็นศาสตราวุธ เราต้องยอมรับว่า ในอดีตเราไม่สนกลุ่มก้อน แต่เราสนความเป็นคน ที่มีธรรมหล่อเลี้ยงอุ้มชูจิตใจ เราไม่ให้ความสำคัญกับคนเก่ง แต่เราสนคนดี และส่งเสริมคนกล้า จิตของบรรพชนไม่ใช่ความคลั่งชาติ แต่เป็นความรักชาติ ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อรอการสู้รบ ทุกคนขยันหมั่นเพียร มิใช่เพียงแค่หน้าเสื่อ แต่นั้นหมายถึงหลังบ้านเขาก็ยังขยันหมั่นเพียร และยังเสริมใยเหล็กด้วยความสามัคคี

เราคงแปลกใจที่คนไทยในปัจจุบันมองอนุสาวรีย์แห่งนี้ไปด้วยมนต์ขลังส่งท้ายด้วยการขอเลขเด็ด แทนการสักการะเพื่อขอสติปัญญา และจิตใจอันหาญกล้า เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการที่ผ่านเข้ามา
และนี้แหละคือทะลสาบของฉัน และเธอยังจะถามถึงบ้านหลังใหญ่ของเราอีกไหม เพราะหากมองไปให้ดี เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งศรัทธา เรายังคงมีศรัทธากันอีกไหม เราอาจต้องสูญเสียงเงินทองเพื่อดูแลสิ่งที่เราศรัทธา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เรารังเกลียด เราอาจต้องเสียภาษี เสียค่าอิทธิพลมืด แต่เราก็ต้องแยกแยะระหว่างสิ่งที่เราควรยินดีเสียให้ส่วนรวม กับการถูกผู้มีอิทธิพลกลั่นแกล้ง

"มีคนหลายคนที่แยกไม่ออกระหว่างอัตตานิยม กับธรรมนิยม อนุสาวรีย์แห่งนี้คงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นธรรมนิยมที่เป็นของพวกเราได้ไม่มากก็น้อย"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น